เชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะเกิดจากอะไร พร้อมแนะนำวิธีรักษาปัญหาเชื้อราได้อยู่หมัด

เชื้อราบนหนังศีรษะ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนมักมองข้าม จริงๆ แล้วผิวหนังที่คันและเป็นขุยก็คล้ายกับรังแค ส่งผลให้ไม่มีการดูแลหรือรักษาที่เหมาะสม เป็นผลให้มันลุกลามเป็นแผลขนาดใหญ่ซึ่งทำให้เกิดอาการคันและปวดมากขึ้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาบุคลิกภาพและความมั่นใจได้ วันนี้ Vogue Beauty จะมาแนะนำวิธีสังเกตอาการเชื้อราบนหนังศีรษะ ครบครันด้วยโซลูชั่นและการประมวลผลแบบตรง

เชื้อราบนหนังศีรษะ

เชื้อราบนหนังศีรษะคืออะไร

เชื้อราบนหนังศีรษะ หรือที่เรียกกันว่า “เกลื้อนที่หนังศีรษะ” (Tinea Capitis) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อรา ปัญหานี้อาจเกิดได้ที่รากผม ผม ผิวหนัง หรือหนังศีรษะชั้นบน เป็นต้น

อาการของเชื้อราบนหนังศีรษะ

ในกรณีส่วนใหญ่ อาการของเชื้อราที่หนังศีรษะจะคล้ายกับอาการของรังแค ส่งผลให้หลายคนมองข้ามปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้อาการต่างๆ ลุกลามออกไปอีก จึงแนะนำให้เช็คอาการเหล่านี้ให้แน่ใจระหว่างรังแคและเชื้อรา

  • ผิวหนังบนศีรษะมีเกล็ด สีเทา หรือสีแดง สิ่งนี้เกิดขึ้นในแพตช์ ผมอาจขาดและหลุดร่วงได้
  • มีอาการแสบร้อน ความเจ็บปวดและความอบอุ่นในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ผิวหนังบริเวณนี้จะบวมแดงและเจ็บปวด
  • ผู้ที่สัมผัสกับเชื้อราจะมีอาการภายใน 7 ถึง 14 วัน หรืออาจไม่แสดงอาการเลย แต่สามารถเป็นพาหะได้
เชื้อราบนหนังศีรษะ

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อรา

  • แม้จะเป็นโรคที่ติดต่อได้ไม่ง่าย แต่มักมีกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเชื้อราที่หนังศีรษะด้วย กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่มีอายุ 4 ถึง 14 ปี ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • คนที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหญ่และอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด
  • ของใช้ส่วนตัวใช้ร่วมกัน เช่น หวี ผ้าเช็ดผม และอุปกรณ์ทำผมต่างๆ
  • สระผมบ่อยๆ และปล่อยให้หนังศีรษะสกปรก แนะนำให้สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งเพื่อสุขอนามัยที่ดี
  • ผู้ที่ดูแลหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นเป็นประจำ เช่น ออกกำลังกายและไม่สระผม สวมหมวกตลอดเวลาจนกว่าหนังศีรษะจะชื้น
  • ผู้ที่มีสัตว์เลี้ยง ควรใกล้ชิดกับสัตว์และห้ามล้างมือก่อนสัมผัสศีรษะหรือลำตัว
เชื้อราบนหนังศีรษะ

วิธีการรักษาเชื้อรา

  • หากคุณทราบหรือมีอาการที่ถือว่าเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะของคุณ แนะนำให้สังเกตอาการและหากมีอาการรุนแรงมากควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำและรับการดูแลที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น หรือสำหรับใครที่มีอาการในระยะเริ่มต้นก็สามารถรักษาตัวเองได้ง่ายๆ ดังนี้

  • รักษาหนังศีรษะของคุณให้สะอาด
    วิธีง่ายๆ ในการรักษาเชื้อราที่หนังศีรษะด้วยตัวเอง เริ่มต้นด้วยการรักษาหนังศีรษะให้สะอาดด้วยการสระผมเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อย่าปล่อยให้หนังศีรษะแห้ง หรือมันเกินไป อย่างไรก็ตาม หลังจากสระผมแล้วควรเป่าผมให้แห้งสนิทเพื่อไม่ให้หนังศีรษะรู้สึกชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อรา

  • ดูแลวัสดุที่ต้องสัมผัสหนังศีรษะโดยตรง
    ดูแลอุปกรณ์ที่สัมผัสกับเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นปลอกหมอน หวี ที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ แนะนำให้ใช้อะไรก็ได้ที่สามารถซื้อใหม่ได้โดยเฉพาะหวี อุปกรณ์ทำผมอื่นๆ

  • เลือกที่จะกินมากขึ้น
    หากรู้ว่ามีเชื้อราบนหนังศีรษะ ควรเปลี่ยนวิธีการรับประทานมากขึ้น แนะนำให้บริโภควิตามิน เช่น กรดโฟลิก วิตามินบีรวม และวิตามินอี รวมทั้งผักใบเขียว ถั่วชนิดต่างๆ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อสัตว์ หรือยังเลือกทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

  • ทรีทเม้นท์บำรุงเส้นผมช่วยลดเชื้อรา
    ทรีทเม้นต์บำรุงเส้นผมจะช่วยลดปัญหาเชื้อราและแบคทีเรีย อีกทั้งยังช่วยลดอาการคันและรังแคอีกด้วย มีสูตรบำรุงผมรักษาเชื้อรามากมายหลายสูตร ผมขอยกตัวอย่างสูตรการหมักด้วยน้ำส้มสายชูประมาณ 2 ถ้วยแล้วนำไปต้ม จากนั้นปล่อยให้เย็นแล้วผสมกับน้ำ ใช้เป็นมาส์กผมก่อนสระผมเป็นประจำ วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณเห็ดได้ดี

  • สำหรับใครที่เช็คอาการแล้วพบว่าอาจมีเชื้อราบนหนังศีรษะ หากคุณยังคงมีอาการเริ่มแรกและรู้สึกไม่สบาย คุณสามารถรักษาตัวเองตามวิธีการที่ Vogue Beauty แนะนำได้ก่อน แต่หากมีอาการมากกว่าปกติรวมทั้งปวดแสบร้อนที่หนังศีรษะแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม คุณต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเลวร้ายลง เพราะจะทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะที่หายยาก รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการที่สามารถลากผู้อื่นเข้ามาได้
ขอขอบคุณบทความจาก : เชื้อราบนหนังศีรษะ